Menu
< >

ผลการประชุม ศปมผ.

CCCIF Meeting Result

ขั้นตอนการแจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง

Port In, Port Out Instruction

ตอบคำถามชาวประมง

Your Question Answered

การประกาศวันหยุดการทำประมง

Breaking periods announced

ไทยรัฐ - ประมงไทยรับมือใบเหลืองอียู เชื่อ กม.ใหม่รักษาตลาด 3 หมื่นล้านรอด

  • Category: News Clip
  • Last Updated: Sunday, 17 May 2015 16:14
  • Published: Sunday, 17 May 2015 16:14
  • Hits: 996

สินค้าประมงไทยไม่รอดใบเหลืองจากอียู ก.พ.นี้ หลังถูกประเมินเข้าข่ายเป็นสินค้าผิดกฎหมาย ทั้งไม่มีการจดทะเบียนเรือ ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) แต่มั่นใจรอดใบแดงแน่ เพราะรัฐบาลจัดหนัก คลอดกฎหมายประมงฉบับใหม่ จับเรือขึ้นทะเบียน—ติดตั้งระบบติดตาม เชื่อรักษาตลาดอียู 3.2 หมื่นล้านไว้ได้

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงไทย ที่ถูกสหภาพยุโรป (อียู) ประเมินว่าเข้าข่ายเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) โดยคาดว่าอียูจะออกใบเหลืองเตือนการนำเข้าสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการในเดือน ก.พ.นี้ หลังจากได้เข้ามาประเมินการทำประมงไทยเมื่อเดือน ต.ค.57 และขั้นตอนหลังจากนี้ อียูจะให้เวลาไทยปรับตัวเป็นเวลา 6 เดือนก่อนจะเข้ามาประเมินไทยอีกครั้งในเดือน ส.ค.นี้ 

“เราเดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในทันทีตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยได้จัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย 6 มาตรการ ได้แก่ 1.การจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง 2.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง 3.การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ (วีเอ็มเอส) 4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ 5.ปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง และ 6. จัดทำแผนระดับชาติในการป้องกันสินค้าไอยูยู โดยทั้งหมดนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมายที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้ว และพร้อมดำเนินการทันที”

 

นายปีติพงศ์กล่าวว่า ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประมงฉบับใหม่ และจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย 1.กำหนดเขตประมงชายฝั่งและเครื่องมือการประมงใหม่ ซึ่งเป็นการจัดสรรทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลไทยใหม่ทั้งหมด 2.จัดตั้งคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล 3.ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้า 4.มาตรการรัฐเจ้าของท่าเรือ คือ การควบคุมเรือประมงต่างชาติที่เข้ามาเทียบท่าในไทย ต้องแสดงเอกสารให้ชัดเจนว่าไม่ได้ทำการประมงไอยูยู หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 1-30 ล้านบาท และ 5.การควบคุมการทำประมงนอกน่านน้ำไทย บังคับให้เรือไทยที่จะออกไปทำประมงในน่านน้ำต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจากกรมประมง พร้อมติดตั้งเครื่องมือติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) ก่อน มิฉะนั้นจะมีความผิด โทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท“จากมาตรการทั้งหมดนี้ผมมั่นใจว่า ไทยจะรอดพ้นใบแดงของอียูและรักษาตลาดส่งออกประมงอียูมูลค่า 32,000 ล้านบาทต่อปีไว้ได้ เรามองว่าปัญหาไอยูยูเป็นวาระระดับชาติ นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานแก้ไขด้วยตัวเอง เมื่อคนระดับนี้เข้ามาเอง ผมเชื่อว่าเราแก้ปัญหาได้ แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน”นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยกล่าวว่า นับว่าภาครัฐตอบสนองการแก้ปัญหาสินค้าไอยูยูได้รวดเร็ว และออกนโยบายครบถ้วน ทำให้ภาคเอกชนมั่นใจ 100% ว่า สินค้าประมงไทยจะไม่โดนใบแดงจากอียูในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งมาตรการรัฐในครั้งนี้ ถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาตลาดอียูแล้ว ยังเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมส่งออกสินค้าประมงไทย ซึ่งมีมูลค่าใหญ่ติด 1 ใน 10 ของโลก ส่งออกไปยังประเทศต่างๆกว่า 200 ประเทศทั่วโลก หากไทยยกระดับสินค้าผ่านมาตรฐานอียูไปได้ ก็จะช่วยให้ปัญหาไม่ลุกลาม ปกป้องการส่งออกไปยังสหรัฐฯ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ที่เตรียมออกมาตรการกีดกันไทยเช่นกัน

“ในฐานะภาคเอกชนยืนยันว่าจะทำตามมาตรการและกฎหมายการประมงฉบับใหม่อย่างดีที่สุด พร้อมกับประสานคู่ค้าของไทยให้เข้าใจมาตรฐานสินค้าไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยจะประสานกับบริษัทผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ทั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือทียูเอฟ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และบริษัท ซีแวลู จำกัด นำกฎหมายการประมงฉบับใหม่และมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงผิดกฎหมายฉบับภาษาอังกฤษส่งให้คู่ค้าทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจมาตรฐานสินค้าประมงไทยที่ดีขึ้น”.

Sitemap | สารบัญเว็บไซต์