Menu
< >

ผลการประชุม ศปมผ.

CCCIF Meeting Result

ขั้นตอนการแจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง

Port In, Port Out Instruction

ตอบคำถามชาวประมง

Your Question Answered

การประกาศวันหยุดการทำประมง

Breaking periods announced

ประชาชาติธุรกิจ - ประมงหวั่นอียูใช้ "ดาบสอง" ตัดสิทธิ์ส่งออก"ทูน่าลอยน์"

  • Category: News Clip
  • Last Updated: Tuesday, 19 May 2015 14:43
  • Published: Tuesday, 19 May 2015 14:43
  • Hits: 1227

เคราะห์ซ้ำประมงไทย เอกชนหวั่นสหภาพยุโรปอ้าง "ใบเหลือง IUU" ตัดสิทธิ์โควตาภาษี "ทูน่าลอยน์" ยอดนำเข้าหายวับ 22,000 ตัน จี้ภาครัฐบาลขอความชัดเจน แจงแค่นำวัตถุดิบเข้ามาผ่านโรงงานในไทยเท่านั้น เตรียมปรับลดตัวเลขส่งออกอีกเหลือแค่ 1% แหล่งข่าวจากกลุ่ม อุตสาหกรรมประมง กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ภาคเอกชนกำลังมีความกังวลกรณีคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป จะพิจารณาตัดสิทธิโควตาพิเศษทางภาษี สินค้าทูน่าลอยน์ (ปลาทูน่านึ่งแช่เย็น) ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญกลุ่มหนึ่งที่ผู้ส่งออกไทยส่งเข้าไปจำหน่ายให้กับโรงงาน ปลากระป๋องในสหภาพยุโรป เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบโดยไม่เสียภาษี โดยกรณีนี้ผู้ส่งออกไทยมีความเชื่อว่า อาจจะถูกโยงเข้ากับกรณีประเทศไทยได้รับ "ใบเหลือง" แจ้งเตือนการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ซึ่งการถูกตัดสิทธิจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยที่ส่งออกมา สหภาพยุโรปปีละ30,000 ล้านบาท 

 

"การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีกรณีนี้ไม่ ถูกต้อง เพราะตามหลักการทางกฎหมายถึงแม้ประเทศไทยจะได้ใบแดง จากกรณี IUU การส่งออกทูน่าก็ไม่ควรถูกแบน เพราะปลาทูน่าไม่ได้ถูกจับในประเทศไทย แต่แค่นำเข้ามาในประเทศเพื่อผ่านกระบวนการผลิตและส่งออกเป็นลอยน์เท่านั้น เราเกรงว่า จะถูกเหมารวมเพราะมีตัวอย่างมาแล้วตอนที่กานาได้รับใบแดง ทูน่าลอยน์ก็ถูกแบนไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ทูน่าแค่ผ่านกระบวนการผลิตในโรงงานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงกลับโดนแบนหมด" แหล่งข่าวกล่าว ดังนั้นภาคเอกชน จึงต้องการให้รัฐบาลติดตามเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน เพราะสหภาพยุโรปอาจเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศในสหภาพฯสามารถทบทวนระเบียบนี้ได้ "ตรงนี้จึงเป็นจุดที่น่ากลัวมากและยังไม่เคลียร์ ถ้าหากเคลียร์ตรงนี้ภาคเอกชนไทยเชื่อว่าจะสามารถแสดงหลักฐานที่สหภาพยุโรป ต้องการได้ เช่น ใบอนุญาตการจับปลาทูน่า" แหล่งข่าวกล่าว ด้าน ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า ทูน่าลอยน์ได้รับสิทธิโควตาพิเศษภาษีนำเข้า 0% โดยสหภาพยุโรปจะพิจารณาให้กับสินค้ากลุ่มประมง จากประเทศโลกที่สาม เช่น ไทย, จีน, เวียดนาม ปกติสหภาพยุโรปจะพิจารณาประกาศผลการพิจารณา ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม มีระยะเวลา 3 ปี เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ทั้งนี้สินค้าประมงที่คาดว่าจะได้รับโควตาพิเศษนอกจากทูน่าลอยน์แล้วยังมี กุ้งกับปลาหมึก แต่ยังไม่ทราบพิกัดสินค้าที่แน่ชัดและปริมาณที่อนุญาตให้นำเข้า 

 

"ผมเชื่อมั่นว่ากลุ่มทูน่าลอยน์จะไม่ติดปัญหาใด และได้รับโควตาพิเศษต่อเนื่องไปอีก 3 ปี สำหรับกรณีที่ประมงไทยได้รับใบเหลืองนั้น เพราะการจับปลายังคงมีลักษณะการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม และขาดการรายงาน (IUU Fishing) แต่กรณีนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบกับการพิจารณา โควตาพิเศษ ผมเข้าใจว่าสหภาพยุโรปน่าจะพิจารณาแยกกันอยู่แล้ว"ดร.ชนินทร์กล่าว สำหรับโควตาพิเศษในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(ปี 2556-2558) ปรากฏประเทศไทยได้รับจัดสรรโควตาทูน่าลอยน์ปีละ 22,000 ตัน หรือเพิ่มจากรอบก่อน (ปี 2553-2555) ที่ไทยได้รับ 16,000 ตัน โดยเงื่อนไขการใช้ประโยชน์จะจัดสรรให้กับผู้ส่งออกในลักษณะใครส่งออกก่อนได้ ก่อน หรือ First Come First Serve นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบลเยียม กล่าวว่า ได้ขอให้ทางสำนักส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตรวจสอบข้อมูลตามที่ผู้ส่งออกไทยแจ้งว่า การให้ใบเหลืองกรณี IUU จะมีผลต่อการเจรจาเพื่อต่ออายุโควตาพิเศษสินค้าปลาทูน่าลอยน์(ปลาทูน่านึ่ง แช่เย็น) จากประเทศไทยตามที่เอกชนกังวลจริงหรือไม่ 

 

กรณีนี้นางสาว พิมพ์ชนก วอนขอพร เอกอัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ ประจำสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กล่าวว่าสคร.จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเท่าที่ทราบ สินค้าทูน่าลอยน์เป็นสินค้าที่ได้สิทธิพิเศษโควตาภาษี 0% ในช่วงที่ มีการเจรจาเพื่อขอขยาย (Enlargement) โควตานำเข้าไก่ ซึ่งอาจจะมีกฎระเบียบพิเศษเฉพาะตามที่ได้เจรจาไว้ในองค์การการค้าโลก (WTO) "ตอนนี้ยังไม่ได้มีข่าวว่าสหภาพยุโรปจะตัดสิทธิ แต่กลุ่มสินค้าทูน่าจัดอยู่ภายใต้ขอบเขตการกำกับดูแลโดยระเบียบ IUU เช่นกัน หากประเทศไทยได้รับ "ใบแดง" ในอีก 6 เดือนข้างหน้าก็จะมีการห้ามนำเข้า ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจห้ามนำเข้าทูน่าลอยน์ แต่อาจสามารถขอให้แสดงใบอนุญาตการจับปลา (Catch Certification) ได้" น.ส.สุภาวดี แย้มกมล ทูตพาณิชย์ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์ปรับลดเป้าหมายการส่งออกภาพรวมปี 2558 จาก 4% เหลือ 1% ในส่วนของตลาดสหภาพยุโรปคาดว่าจะขยายตัว 2% จากเป้าหมายเดิม 3% จากภาวะเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปเอง และการประกาศใบเหลือง ซึ่งจากการหารือกับผู้นำเข้าได้มีการส่งสัญญาณว่าจะหาแหล่งซื้อวัตถุดิบ สำรองแทนไทย เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้า 

 

ในปี 2557 ประเทศไทยส่งออกอาหารทะเลสด-แช่แข็ง, อาหารกระป๋อง, อาหารแปรรูป, ทูน่ากระป่อง, กุ้งสด, กุ้งแช่แข็ง และกุ้งแปรรูป ติดเป็นมูลค่า 8,767 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท โดยตลาดยุโรปเป็นตลาดหลักของไทย แต่ก็เป็นตลาดที่มีความท้าทายจากปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ผลผลิตที่ลดลง รวมถึงการถูกตัด GSP ส่งผลให้การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารทะเลไทยมายังสหภาพยุโรปในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 ปรับตัวลดลงอย่างมาก เช่น กลุ่มอาหารทะเลสดแช่เย็นลดลง 15%, กลุ่มทูน่ากระป๋องลดลง 19% และกลุ่มกุ้งสดลดลง 6.5% ซึ่งกลุ่มกุ้งเพิ่งจะถูกตัดสิทธิ GSP ไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 ต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) 12% (GSP เสียภาษีนำเข้า 4%)

Sitemap | สารบัญเว็บไซต์